เช็คสีผิวใต้ตาบ่งบอก 5 สาเหตุใต้ตาหมองคล้ำ

สาวๆรู้ไหมคะว่าสีผิวใต้ตาเนี่ยสามารถบอกสาเหตุที่ทำให้ใต้ตาหมองคล้ำได้นะคะ อยากรู้ว่าสีไหนเกิดจากสาเหตุอะไร ? แล้วจะแก้ไขได้อย่างไร ? ไปอ่านกันเลยค่า

  1. สีชมพู/ม่วง = เป็นภูมิแพ้

บริเวณใต้ตาเป็นบริเวณที่ผิวบางมากจนมองเห็นเส้นเลือดได้ชัดเจน คนที่เป็นภูมิแพ้จะทำให้เส้นเลือดขยายและมองเห็นลำเส้นเลือดสีเขียวหรือสีม่วงชัดกว่าปกติ รวมถึงเส้นเลือดบริเวณใต้ตาด้วย ผิวบริเวณใต้ตาของคนเป็นภูมิแพ้จึงดูคล้ำเป็นสีอมม่วงมากกว่าคนทั่วไป

วิธีแก้ : ต้องรักษาที่สาเหตุคืออาการภูมิแพ้

  • หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นโรคภูมิแพ้ของตัวเอง เช่น ฝุ่น ตุ๊กตา เกสรดอกไม้ อาหารบางชนิด

กินยาแก้แพ้เพื่อลดการขยายตัวของเส้นเลือดและลดความบวมบริเวณรอบดวงตาและจมูก

  1. สีเทา = นอนไม่พอ

การนอนหลับพักผ่อนที่ดีจะช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาแข็งแรงพร้อมเผชิญวันต่อไป หากนอนหลับไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายก็เหมือนชาร์จแบตไม่เต็มที่ นอกจากสมองจะมึนงงแล้ว ผิวหนังบริเวณต่างๆและใบหน้าก็จะดูฟีบตอบ แห้งเหี่ยวไปด้วย

วิธีแก้ :

  • พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8-10 ชั่วโมง
  • ให้ความสำคัญกับการเข้านอนตอนกลางคืนเพื่อให้ตื่นตอนเช้า การนอนเช้าแล้วตื่นบ่ายเป็นการขัดกันกับธรรมชาติ จะทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่อยู่ดี

3. สีน้ำตาลอ่อน = ­ขาดน้ำ

น้ำเป็นส่วนประกอบหลักของเซลล์มากถึง 70% การได้รับน้ำอย่างเพียงพอจะทำให้เซลล์ผิวสดใสเปล่งปลั่ง เต่งตึงดูอิ่มน้ำ หาก­ร่างกายขาดน้ำเซลล์ผิวก็จะแห้งเหี่ยว สีคล้ำลงเป็นสีน้ำตาลอ่อน ผิวหนังมองเห็นเป็นร่องเป็นรอยย่นชัดเจน

วิธีแก้ :

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการคือ 8-10 แก้วต่อวัน
  • พยายามดื่มน้ำโดยการจิบบ่อยๆมากกว่าการดื่มหมดทีเดียวทั้งแก้ว เพื่อให้ร่างกายค่อยๆดูดซึมน้ำไปใช้ การดื่มหมดแก้วทีเดียวร่างกายดูดซึมไม่ทันกลายเป็นปัสสาวะไปเสียหมด
  • การทาอายครีมสามารถช่วยเติมความชุ่มชื้นจากภายนอกได้

4. สีเทา = ร่องใต้ตา

เมื่ออายุมากขึ้นมักเกิดร่องใต้ตากันทุกคน หากใต้ตาเป็นร่องลึก ผิวดูเว้าเข้าไปไม่เรียบเนียน พอแสงตกกระทบจะทำให้มองเห็นเป็นเงาดำสีเทาบริเวณใต้ตา ดังนั้นคนที่มีร่องใต้ตามักได้ของแถมคือผิวใต้ตาหมองคล้ำมาคู่กันเสมอ

วิธีแก้ : ต้องรักษาที่สาเหตุคือร่องลึกใต้ตา มีได้หลายวิธี เช่น

  • ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อทดแทนเนื้อที่พร่องไป เมื่อร่องใต้ตาตื้นขึ้น เงาของร่องก็หายไป ใต้ตาจึงสว่างขึ้น เป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง
  • ฉีดวิตามินใต้ตา วิตามินสามารถเต็มเติมผิวได้ประมาณหนึ่ง หลังทำไม่มีโอกาสเป็นก้อนใต้ตา แต่ข้อเสียคืออยู่ได้เพียง 1-2 เดือน เหมาะกับคนที่กลัวฟิลเลอร์
  • ยกกระชับผิวใต้ตาด้วยคลื่นความร้อนต่างๆ เช่น เครื่อง Hifu, เครื่อง RF เพื่อเพิ่มคอลลาเจนให้ผิวแข็งแรงลดความหย่อนคล้อย เหมาะกับคนที่เริ่มมีถุงใต้ตา

5. สีน้ำตาลเข้ม = กรรมพันธุ์

บางคนอายุก็ยังน้อย ภูมิแพ้ก็ไม่ได้เป็นแต่ทำไมใต้ตาถึงคล้ำเหลือเกิน นั่นอาจเป็นลักษณะโครงหน้าตามกรรมพันธุ์แต่ละคน เม็ดสีในผิวทำงานมากกว่าคนทั่วไป ทำให้ผิวหนังบริเวณใต้ตาเป็นสีคล้ำโดยไม่มีสาเหตุชัดเจนสาเหตุอื่น

วิธีแก้ : ทำเลเซอร์ผิวใต้ตาเพื่อปรับลดเม็ดสีให้ผิวใต้ตาดูสว่างขึ้น มักทำร่วมกันกับการฉีดฟิลเลอร์เพื่อบำรุงผิวบริเวณใต้ตาไปด้วย

ตัวอย่างเคสเติมฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อรักษาร่องใต้ตา

โดยทั่วไปบริเวณใต้ตาใช้ฟิลเลอร์ 1-3 ซีซี ขึ้นกับความลึกของร่องใต้ตาคนไข้แต่ละคน

ข้อดีของฟิลเลอร์คือ

  1. ฟิลเลอร์ฉีดปุ๊บเห็นผลปั๊บ หลังฉีดจะเห็นได้เลยว่าดวงตาดูสวยสดใสขึ้น ร่องตื้นขึ้น ความคล้ำใต้ตาดูจางลงทันที
  2. ทำแล้วอยู่ได้นาน 6-12 เดือน ไม่ต้องมาเติมบ่อยๆ การหยุดฉีดไม่ทำให้เหี่ยวกว่าเดิม
  3. ฟิลเลอร์แท้สลายได้ ในกรณีที่ผลลัพธ์ไม่เป็นตามที่ต้องการสามารถฉีดสลายให้กลับไปเป็นเหมือนก่อนเติมฟิลเลอร์ได้
  4. เป็นการแก้ปัญหาตรงจุดที่สุดสำหรับร่องใต้ตา เห็นผลชัดเจนกว่าการฉีดวิตามินหรือทาอายครีม

ข้อเสียของฟิลเลอร์คือ

  1. เป็นการใช้เข็มฉีดเข้าไปที่บริเวณผิวหนัง อาจมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อย ทางคลินิกมียาชาและการประคบเย็นลดความเจ็บให้
  2. หลังทำอาจมีรอยเข็มเป็นจุดแดงบริเวณที่ฉีด หากไม่อยากให้คนรอบตัวสังเกตเห็นอาจต้องหาวันพักหน้าสัก 1-2 วันให้รอยแดงหายไป
  3. ในคนที่เขียวช้ำง่าย งดการทานวิตามินหรืออาหารเสริมก่อนมาเติมความสวยอย่างน้อย 2 สัปดาห์

สรุป

ใต้ตาหมองคล้ำเป็นปัญหากวนใจของใครหลายคนโดยเฉพาะสาวๆ ถ้าคุณลองวิธีอื่นมาหมดแล้ว ไม่ว่าจะทาอายครีม ดื่มน้ำวันละสิบแก้ว หรือหากคุณเข้านอนเร็วไม่ได้จริงๆเพราะงานรัดตัวสุดๆ ลองให้พีซคลินิกช่วยดูแลผิวใต้ตาของคุณสิคะ

เลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานกับคุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า

Leave a Reply

Your email address will not be published.